Chiang Mai – เชียงใหม่ ตื่นสายๆตามใจชอบ

ใครก็มักจะพูดว่าการออกมาเที่ยวนั้นเราต้องห้ามตื่นสาย เพราะเรามาเที่ยวเราต้องรีบเก็บเกี่ยวช่วงเวลา   แต่สำหรับเราแล้วการมาเที่ยวคือการได้พักผ่อน เราควรจะตามใจตัวเองสิ ตื่นตอนไหน กินอะไรก็ได้ เพราะเราลาออกจากโลกแห่งชีวิตจริงชั่วคราว โลกที่มีแต่งานโลกที่มีแต่เรื่องราวต้องรับผิดชอบ ทริปนี้จึงเป็นทริปที่ฉันและเพื่อนตั้งใจจะตื่นเช้า  แต่เมื่อมันสายเราก็ไม่เร่งเร้าอะไรมัน ตามใจตัวเองกันดีกว่า

ทริปนี้เราจองตั๋วของสายการบิน Airasia ไปกลับ 1300บาท ราคาก็ไม่ได้ถูกหรือเเพงจนเกินไปสำหรับฤดูร้อนและฝน อยู่ในราคาที่พอรับได้ แล้วเราก็ตัดสินใจเลือกวันที่ 15-18กรกฎาคม 2558

วันที่ 1ของการเดินทาง  เรามาถึงเชียงใหม่เวลา9:30 นั่งรถแดงสองแถวจากสนามบินมายังที่พัก 30บาท
ที่พักของเราชื่อ Bunk Boutique Hostel Chiangmai ตั้งอยู่ในซอยสายใจ ถนนห้วยแก้ว เป็นพิกัดที่ดีเลยทีเดียวอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญหลายที่ในตัวเมืองเลย ใกล้เซ็นทรัลกาดสวนแก้วและนิมมาน  ราคาที่พักอยู่ที่ 250บาท ต่อคืน/คน (เป็นห้องแบบดอร์ม)
อยากพรีเซ้นว่าเป็นที่พักที่ถูกใจมากๆในเรื่องของความสะอาดและความน่ารักพูดจาเป็นกันเองๆของพี่ๆที่นี่ ทำให้เรารู้สึกสบายใจ ที่สำคัญคือตึกยังใหม่อยู่ ทุกอย่างยังใหม่เหมือนใช้เป็นคนแรก  อยากแนะนำที่นี่มากๆ ถูกใจหลายๆอย่างรับรองว่าพิกัดนี้ราคานี้คุ้มค่าที่จะเลือกมาพักแน่นอน
เมื่อเราเอาของเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว จุดหมายของเราวันนี้ก็คือม่อนแจ่ม  ตอนแรกเราตั้งใจจะขับมอเตอร์ไซค์ไปกัน แต่ด้วยสภาพแดดแล้วเลยเลือกเช่ารถแดงในราคาเหมา 1500บาท โดยให้พี่ของที่พักเป็นคนติดต่อให้ แล้วรถแดงก็มารับเราถึงที่พัก
และ…แล้วก็เราก็มาถึงม่อนแจ่ม ม่อนแจ่มหน้าร้อนปนหน้าฝนกับทุ่งดอกไม้สีม่วงสวยไม่แพ้หน้าหนาวเลย แถมคนยังไม่เยอะด้วยสบายๆ

หลังจากเรารู้สึกเต็มที่กับการสูดอากาศที่ม่อนแจ่มแล้ว พวกเราก็เลยบอกคุณลุงว่าอยากไปที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าศิริกิต์ ลุงก็ไม่คัดค้านแต่อย่างใดแล้วก็พาพวกเราไป ซึ่งก็เป็นทางที่สามารถแวะได้ขากลับอยู่แล้ว  โดยที่นี่จะเสียค่าเข้าคนละ 40 บาท

ไม่รู้ว่าวันอื่นจะเหมือนพวกเรามาวันนี้มั๊ย แต่พวกเราเจอฝรั่งวัยรุ่นเยอะแยะไปหมดเลยทั้งมานั่งคุยกันเล่นๆในสวน เข้ากับบรรยากาศมากๆ ฝรั่งบ้างกลุ่มก็ดูสนใจพืชพันธุ์แบบจริงจัง

แล้วพวกเราก็ได้แวะที่นี่เพียงแปบเดียวเพราะต้องไปแกรนด์แครนยอนต่อ เพราะมันห่างออกไปคนละเส้นทางเลย

และพวกเราก็ไปหลับไปตามอัธยาศัย ตามสภาพ

 พอมาถึงแกรนด์แครนยอน ก็จ่ายค่าเข้าไปคนละ 50 บาท แล้วจะได้รับบัตรมาเป็นใบแลกเครื่องดื่มได้ฟรี 1 อย่าง

แดดออกได้ไม่นาน ฝนก็ตกได้เห็นแกรนด์แครนยอนอีกมุมที่มองผ่านรูปถ่ายจากกล้องดูเหมือนภาพวาด สวยไปอีกแบบ
ได้เวลากลับเข้าเมืองจ่ายค่ารถคุณลุง 1500 บาท พวกเราไม่มีโปรแกรมจะทำอะไร เลยพากันไปเดินเล่นนิมมาน17 แล้วมาเจอร้าน SS1254372 Cafe ดูน่าสนใจ แต่ที่นี่เป็นร้านอาหารเช้า เปิดตอนเช้าถึงบ่ายสองโมง พวกเราเลยได้คุยกับเจ้าของร้านนิดหน่อยและบอกพี่เขาไว้ว่าเดี๋ยวตอนเช้าจะมาใหม่ เราจะเรียกที่นี่ว่ายานอวกาศ ตามประสงค์ของพี่เจ้าของร้าน ฮ่าๆ

หน้าที่พักของเราตอนกลางคืน

เช้าวันที่ 2 ของทริป ทุกคนเริ่มแปลงร่าง เพื่อจะไปเที่ยวอ่างกา..  แต่ว่าตื่นสายมากกกก..

แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เข้ามื้อเช้าที่กลายเป็นมื้อเที่ยง พวกเราจึงเลือกข้าวผัดหมูเลือกเมนูง่ายๆ 4 จาน เพื่อหย่นเวลาที่พวกเราตื่นสายไป แม่ครัวจะทำเร็วที่สุด จานนี้ 49 บาท รถชาติอร่อยเลยแหละ อยู่ติดกับที่พักเราเลย ชื่อร้านว่า The Cre’A Tif
แล้วจุดหมายของเราวันนี้คืออ่างกา พวกเรารู้อยู่แล้วว่าจะไปอินทนนท์ต้องตื่นแต่เช้า แต่นี่ทำไมตื่นสาย ก็นั่นเลยลุกไม่ขึ้น ตามใจตัวเอง แต่ก็ยังนั่งรถสองแถวจากในเมืองมาลงวัดพระธาตุศรีจอมทอง (ค่ารถ 32บาท ) จนมีรถเก๋งที่จะให้เราเช่าแลขับพาไป  แต่อยู่ในราคาที่เราก็คิดว่าไม่คุ้มค่าแล้วถ้าจะไปตอนบ่าย2  เลยตัดสินใจกันว่าไม่ต้องไปแล้ว กลับไปเดินเล่นอ่างแก้ว มช ดีกว่า
ก่อนกลับพวกเราเลยไปอุดหนุนเมี้ยงของคุณยายท่านนี้ ซึ่งพวกเราก็ไม่เคยกินมาก่อน ทั้งเมี้ยงหวาน เมี้ยงมะพร้าว  เมี้ยงแคปหมู
เมี้ยงห่อใบตองนี้ หอละ 2 บาทเท่านั้น จะรออะไรหล่ะ ก็ลองชิมสิ ฮี่ๆ

เมี้ยงแคปหมู
วิธีตั้งกล้องถ่ายรูปรวมบนรถสองแถว ซึ่งตอนนั้นบนรถมีแค่พวกเรา 4คน

กลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ลงสุดสายแล้วต่อรถสองแถวอีกรอบ บอกคนขับว่าไปอ่างแก้ว มช.  แล้วพี่เขาก็มาส่งพวกเราถึงที่ (ที่จริงลงหน้ามอก็ได้เราจะได้เดินดูบริเวณอื่นรอบๆมอด้วย)

โกโก้เย็น 35 บาท เครปเค้ก 50 บาท ร้าน HAS Coffee ร้านอยู่ที่อ่างแก้ว มช เลย เต็มอิ่มกับที่นี่แล้ว พวกเราเลยเดินออกมาหน้ามอ แล้วโบกรถสองแถวต่อไปซอยนิมมาน 7 ที่เข้ารีวิวกันไว้ว่ามีร้านอร่อยๆอยู่หลายร้าน

หลังจากที่พวกเราเดินเล่นที่อ่างแก้ว มช. ก็นั่งสองแถวมาหาของอร่อยที่นิมมาน

แล้วพวกเราก็มาหยุดกันที่ร้านข้าวซอย  ที่ชื่อว่า  ข้าวซอยนิมมาน
ข้าวซอยแกงเขียวหวาน 75 บาท

กินอิ่มแล้วพวกเราก็เลยเดินเล่น เลาะเลี้ยวมาซอยนิมมาน 9 จนมาเจอร้านนี้ ที่ชื่อว่าร้าน  SUNDAY MORNING ที่มองดูจากภายนอกร้านแล้วดูน่าสนใจ เลยลองเดินเข้ามาดู เลยได้รู้ว่าในร้านนี้จัดเป็นสองโซน มีทั้งโซนเสื้อผ้าของที่ระลึกที่ใช้ซื่อว่า SUNDAY MORNING อีกโซน เป็นเกี่ยวกับตุ๊กตาชื่อว่า LITTLE DOLLS  ROOM  เชื่อว่าสาวๆต้องชอบแน่ๆ เพราะพวกเราก็ชอบมาก

ฟรุ้งฟริ้งจากร้านตุ๊กตาเสร็จแล้ว พวกเราก็เดินมาซอย นิมมาน 15 ต่อและเลือกเข้าร้าน De May Coffee House เมนูอาหารหวานก่อนนอน ผิดเวลาแต่ท้องเราเรียกร้อง เราจึงต้องกิน

เช้าวันที่ 3 ของทริป วันนี้เรามาทำตามสัญญาที่ว่าจะกลับไปร้านอาหารเช้า ชื่อSS1254372 Cafe  ที่ซอยนิมมาน17  

ถึงแล้ว…บรรยากาศหน้าร้านตอนกลางวัน ดูเป็นญี่ปุ่นจังเลย แต่ความจริงมันคือยานอวกาศ พวกเรากำลังจะเข้าสู่ย่านอวกาศของพี่เจ้าของร้านกันแล้ว ฮ่าๆ

นอกจากมีโซนคาเฟ่แล้วยังมีโซนแกลอรี่ให้เราเดินชมงานศิลปะได้อีกด้วย

แผนที่เมืองเชียงใหม่จากจุดของร้านไปยังที่ต่างๆ

และก็จ่ายค่าเสียหายไป ทั้งหมด 700 กว่าบาท ด้วยความกินเยอะของเรา

ชาร์ทพลังด้วยการกินแล้วพวกเราก็ยืนโบกรถสองแถวต่อเพื่อจะไปวัดอุโมงค์ แต่ก็ไม่มีคันไหนผ่านมา เลยเจอตุ๊กๆผ่านมา เลยตกลงราคา ได้คนละ 40 บาท ราคาไม่ได้ถูกมากสำหรับระยะทาง แต่ถ้าตกลงกันแล้วอยู่ในราคาที่พอรับได้ ก็ตกลง โอเค ไปกันเลย

แล้วตุ๊กๆก็มาส่งเราถึงที่  หากใครตั้งใจจะมาแล้วกลับเลยแนะนำให้เหมารถรอรับกลับเลยก็ได้ เพราะที่นี่จะไม่ค่อยมีรถสองแถวหรือตุ๊กๆสัญจรผ่านไปมา  แต่ด้วยความที่เราได้อ่านรีวิวมาก่อนว่าใกล้ๆวัดจะมีร้านอาหารน่ารักๆอยู่หลายร้าน เราเลยให้พี่คนขับตุ๊กตุ๊กกลับก่อน แล้วค่อยหาวิธีกลับเอง

บรรยากาศของวัดอุโมงค์ สงบร่มรื่นมากๆ เดินไปแต่ละก้าวก็จะเจอป้ายคำคมเตือนใจไปตลอดทาง

ไก่ที่นี่ก็ยังสงบๆ ยอมนั่งๆนิ่งๆให้เราถ่ายรูปโดยไม่วิ่งหนีจากที่เคยเห็นที่อื่น

หลังจากที่เดินชมรอบๆวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ทำตามเป้าหมายต่อไป คือการไปร้านที่ชื่อว่า  ‘บ้านข้างวัด’  วิธีการไปคือออกจากประตูวันอุโมงค์มาแล้วเลี้ยวขวา เดินไปเรื่อยๆ   แต่พวกเราผิดพลาดทางเทคนิคคือ ถามทางไปจากคนแถวนั้นพี่เค้าบอกว่าเดินไปเรื่อยๆเลยประมาณ1ถึง2 กิโล  แต่จากการพิสูจน์แล้วปรากฎว่าระยะทางน่าจะ 3 กิโลได้   แต่ถ้าเดินเล่นชิลๆไปแบบไม่เร่งรีบ เราก็จะเห็นร้านอาหาร คาเฟ่ๆน่ารักๆหลายร้าน จากเป้าหมายที่จะไปแค่ร้านเดียว
**เลยอยากแนะนำว่าเดินไปดีกว่าเพื่อจะได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง  ขากลับค่อยโบกรถกลับมาหน้าปากซอย ฮ่าๆ

ร้านแรกที่เดินผ่านแล้วแวะ คือร้านก๋วยเตี๋ยว ชื่อว่าร้าน ‘เส้น Sitive’ แค่เห็นคำว่าก๋วยเตี๋ยวเรือก็พุ่งตัวเข้าร้าน เพราะง่ายๆเลยคือเราชอบกิน

ชามนี้ 20 บาท รสชาติให้ 10/10 เพราะเป็นรสที่ชอบ และเป็นคนถูกใจอะไรง่าย ฮี่ๆ

มีของที่ระลึกด้วยนะ น่ารักกุ๊กกิ๊ก

หลังจากกินก๋วยเตี๋ยวเรืออิ่มแล้ว กองทัพก็ยังต้องเดินต่อไป  เป้าหมายของเราคือร้าน บ้านข้างวัด เดินไปจนในใจบอกว่าเหนื่อย  ถ้ายังไม่เหนื่อยแสดงว่ายังไม่ถึง

ผ่านร้าน YELLOMANG ด้วย ไม่ได้เข้าแต่แชะภาพซะหน่อย


ถึงแล้วร้าน ‘บ้านข้างวัด’ พิกัดก็อยู่ติดกันกับร้าน YELLOWMANG เลย

บรรยากาศโดยรอบ พูดแบบรวมเลยว่า ดี ดีมากๆ ถึงแม้อากาศวันนั้นจะร้อน แต่ก็รู้สึกดี พูดไม่มากแต่ให้ภาพบรรยายที่นี่เลย ที่ที่เราเดินมาไกลเพื่อมาหา
หลังจากที่พวกเรากินเล่น นั่งเล่น เดินเล่น สุดหรรษา ก็ถึงเวลากลับ แต่จะเดินกลับก็จะไม่ไหวแล้ว  พวกเราเลยใช้วิธีการโบกรถเพื่อจะขอไปลงหน้าปากซอยเพื่อจะไปต่อรถเข้าเมือง  รถกระบะผ่านไป 2คัน  จนคันที่ 3 ที่ดูเหมือนจะไม่รับพวกเรา เพราะขับผ่าน
ไป แต่สุดท้ายพี่คนขับก็จอดรถรอ แล้วพวกเราก็วิ่งตามและได้นั่งระกระบะมาปากทางในที่สุด   ขอบคุณรถคันนั้นอีกครั้งนะคะที่รับพวกเรา 🙂

กลับมาถึงที่ พัก จากคืนแรกที่มีพวกเราแค่ 4 คน  ก็มีสาวฝรั่งมาเพิ่มอีก 2 คน

มื้อเย็นวันนี้ของเราเป้าหมายคือ ผัดไทพี่หนวด  ร้านจะอยู่ที่นิมมาน  อยู่ตรงข้ามกับมนต์นมสด และอยู่หน้าเซเว่นอีกที   เมื่อถึงเวลาแล้วเราก็นั่งรถสองแถวแดงจากที่พักไปนิมมาน  ราคา 20 บาท
ร้านผัดไทพี่หนวดจะเป็นตั้งแต่เวลา 2 ทุ่ม ถึง ตี2  ของทุกวัน
และนี้คือหน้าตา ผัดไทกุ้งสดห่อไข่   รสชาติพอดีอยู่แล้วไม่ต้องปรุงเพิ่มเลยก็ได้

ข้างๆร้านผัดไทพี่หนวดมีร้านลูกชิ้น น้ำจิ้มอร่อยมากๆ ชื่อร้าน ทองสุขลูกชิ้นทอด
กินผัดไทที่พวกเราตามรีวิวกันไปเรียบร้อยแล้ว ก็เล่นเดินเล่นกันต่อจนมาถึง Think Park นิมมาน
แล้วก็เดินมาเจอร้านขายทำมือชื่อว่า PLAY WORKS  สโลแกนคือร้านขายของทำมือที่ไม่ใช่เล่นๆ
ราคากระเป๋าใบนี้ 85 บาท  ถ้าซื้อ 3 ใบ ขึ้นไปใบละ 70  เราว่าราคาของร้านนี้ไม่แพงเลยถ้าเทียบกับงานแนวเดียวกันร้านอื่นๆที่เคยเจอมา
ถุงผ้าพิมพ์ลาย ใบละ 180 บาท
หลังจากเดินเล่นที่นี่ก็กลับที่พักไปพักผ่อนตามอัธยสศัย แล้วเราก็จะเหลือช่วงเช้าพรุ่งนี้อีกวันก่อนกลับ

เช้าวันสุดท้ายของทริปนี้ พวกเรา CHECK OUT ออกจากที่พักที่มีแต่ความประทับใจ ไว้พบกันใหม่ ไว้จะกลับมาพักอีก และวันนี้ก็ใช้บริการรถสองแถวแดงเช่นเคยเพื่อไปถนนศรีดอนไชย เป้าหมายของเราวันนี้ คือร้าน ไข่กะทะทรงเครื่อง We’re Eggs-Pert Breakfast Bar Chiangmai
ตามลายแทงกันไปเลย
ขนมปังยวนไส้หมู 15 บาท   รสชาติที่ตามหา  ทางร้านบอกว่าที่นี่เป็นสูตรอุดร และก็ใช่รสชาติที่เราตามมาจากอุดร แต่ได้มากินแล้วที่เชียงใหม่
ก๋วยจั๊บยวน
ไข่กระทะสูตรเชียงใหม่
ไข่กระทะสูตรอุดร

และพวกเราก็ได้จากลาเชียงใหม่ด้วยเมนูไข่กะทะและลาทริปกินกระจายกลับไปใช้ชีวิตต่อ  ทริปเชียงใหม่หน้าร้อนเป็นทริปที่ดีเลย  ไม่ต้องจองที่พักแล้วกลัวที่ที่ชอบจะเต็ม ไม่ต้องห่วงคนเยอะในที่เที่ยวแลนด์มาร์ค แต่ทุกๆที่จะกลายเป็นของเรา  แล้วพบกันใหม่ เชียงใหม่ กับโปร Air asia ไปกลับ 200 บาท ในปีหน้า บายบาย 🙂

แล้วพบกันใหม่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s